สูตรอาหารใต้ ที่ทำเองได้ง่ายๆที่บ้านเลย มีหลายเมนูให้เลือกสรร

สูตรอาหารใต้ ที่ทำเองได้ง่ายๆที่บ้านเลย มีหลายเมนูให้เลือกสรร

อาหารไทยที่อร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารใต้ หรือ อาหาร ปักษ์ใต้ ( ปั๊ก-ตั้ยย) ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เข้มข้น เผ็ดจัดจ้าน ถึงใจ กลิ่นสมุนไพรที่คละคลุ้ง ไม่ว่าใครที่ได้ลิ้มลองอาหารปักษ์ใต้ วันนี้เราจะมาพูดถึงเอกลักษณ์ และประวัติความเป็นมาของอาหารใต้บ้านเรากัน

อาหารใต้มีรสชาติโดนเด่นเป็นเอกลักษณ์ รสหลักๆ 3 รส คือเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และด้วยทางภูมิประเทศที่ติดทะเลทำให้อาหารหลักในการดำรงชีวิตของชาวใต้คืออาหารทะเล และด้วยในอดีตที่ภาคใต้เคยเป็นศูนย์กลางในการเดินเรือค้าขายของทั้งพ่อค้าชาวจีนและชาวอินเดีย ทำให้อาหารใต้ได้รับอิทธิพลและต้นตำรับการปรุงเครื่องเทศมาจากชาวอินเดีย โดยเฉพาะชาวอินเดียใต้ และประกอบกับเครื่องเทศนั้นสามารถดับคาวจากอาหารทะเลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขมิ้น ที่กลายเป็นสมุนไพรปรุงรสหลักของอาหารใต้ ทำให้สีของอาหารใต้มักมีสีออกเหลืองทุกจานไป

เอกลักษณ์อีกอย่างที่ปรากฏเด่นชัดคือความเผ็ด ที่ทำให้อาหารใต้มีรสชาติเผ็ดกว่าอาหารภาคอื่นๆ เพราะเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนชื้นตลอดทั้งปี ทำให้เครื่องแกงและเครื่องจิ้มต่างๆมีรสชาติเผ็ดจัดจ้าน เพราะเชื่อว่าความเผ็ดจะช่วยอบอุ่นร่างกายและป้องกันความเจ็บป่วย และความเผ็ดจากพริกขี้หนูจะช่วยดับกลิ่นคาวของปลา

อีกลักษณะเด่นของอาหารใต้ที่สังเกตได้คือ ผักเหนาะ หรือ ผักสด ด้วยภาคใต้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปีและมีฝนมากกว่าภาคอื่นของประเทศ ฉะนั้นจึงทำให้ภาคใต้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผักพื้นบ้าน ที่ปลูกเอง กินเอง ทำให้ชาวใต้นิยมทานผักควบคู่ไปกับการทานแกงรสจัด น้ำพริก ถือเป็นการแกล้มด้วยผักสดลดความเผ็ด ผักที่นิยมนำมาทานเป็รผักเหนาะ คือ ใบมันปู ใบบัวบก ยอดมะกอก ลูกเหนียง สะตอ แตงกวา ถั่วฝักยาวเป็นต้น

คนใต้นิยมประกอบอาหารประเภทแกงเผ็ดเป็นหลัก ซึ่งเป็นการปรุงอาหารแบบที่นำส่วนผสมหลากหลายรวมกับน้ำ แล้วต้มให้สุก พิเศษคือเครื่องแกงของชาวใต้นั้นเป็นเครื่องแกงที่ใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นส่วนประกอบในการทำเครื่องแกงส้ม แกงเผ็ด แกงคั่ว โดยนิยมตำมือตามตำราภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา

เมนูอาหารใต้ที่แพร่หลายและเป็นที่คุ้นเคยและหาทานได้ตามร้านอาหารใต้ที่เปิดกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คั่วกลิ้งหมู แกงเหลือง สะตอผัดกะปิ ผัดใบเหลียง แกงไตปลา แกงคั่วหมู ข้าวยำ แกงเลียง และอีกมากมาย

แกงคั่วปูใบชะพลู

แกงคั่วปูใบชะพลู
แกงคั่วปูใบชะพลู

ส่วนผสม แกงคั่วปูใบชะพลู
เนื้อปูก้อน,เนื้อปูส่วนอก,เนื้อกล้ามปู
ใบชะพลู
พริกแกงใต้
น้ำปลา
น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลทราย
กะทิ
น้ำเปล่า

ขั้นตอนการทำ แกงคั่วปูใบชะพลู
1.น้ำพริกแกงใต้ไปผัดในกระทะไฟอ่อนๆ ไม่ต้องใส่น้ำมัน
2.พอพริกแกงเริ่มส่งกลิ่นหอมให้ใส่หัวกะทิตามลงไป ผัดต่อให้พริกแกงละลายไปกับหัวกะทิ
3.ผสมน้ำเปล่าและกะทิที่เหลืออย่างละครึ่งแล้วใส่ลงไปเร่งไฟขึ้นให้กะทิเดือด แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาล
4.พอส่วนผสมเข้ากันดีทุกอย่างใส่ปู คนอย่างเบามือ ตามด้วยใบชะพลู แล้วปิดเตา ตักใส่ถ้วยเตรียมเสิร์ฟได้เลย

ผัดกะปิสะตอกุ้งสด หมูสามชั้น

ผัดกะปิสะตอกุ้งสด หมูสามชั้น
ผัดกะปิสะตอกุ้งสด หมูสามชั้น

ส่วนผสม ผัดกะปิสะตอกุ้งสด หมูสามชั้น
สะตอ 200 g
หมูสามชั้นหรือคอหมู 400 g
กุ้ง 7-8 ตัว
น้ำจิ้มซีฟู้ดที่กินเหลือ 2-3 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนชา
น้ำมันพึช 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
พริกแดงจินดา 3 เม็ด
ใบมะกรูดซอย 6-7 ใบ

ขั้นตอนการทำ ผัดกะปิสะตอกุ้งสด หมูสามชั้น
1.ซอยใบมะกรูดให้เป็นเส้น หั่นหมูให้เป็นขนาดพอดีคำ แกะกุ้ง ผ่าหลังเตรียมไว้
2.บุบพริกขี้หนูสดเตรียมไว้สัก 3-4 เม็ด ไม่ต้องละเอียด(ใครไม่ชอบรสจัดไม่ต้องใส่ก็ได้จ้า)
3.เตรียมชามผสมน้ำพริกสำหร้บผัด ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ด กะปิ 2 น้ำตาล น้ำปลา ลงไปคนให้ละลายเข้ากัน
4.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนให้ใส่หมูลงไปรวน
5.ค่อยๆ รวนไปเรื่อยๆ จนหมูออกเป็นเหลืองกรอบ
6.เขี่ยหมูไปข้างกระทะ ใส่กุ้งลงไปในผัดในพื้นที่ว่างสักสองสามที จากนั้นตามด้วยน้ำพริกและใบมะกรูดซอยที่เตรียมไว้
7.ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน พอกุ้งใกล้สุกให้ใส่สะตอ น้ำมันหอย ตามด้วยพริกขี้หนูทุบลงไป ผัดต่ออีก 1 นาที
8.ปิดเตา บีบมะนาวลงไป พร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ จ้า

แกงเหลืองสับปะรดปลาสลิดกรอบ

แกงเหลืองสับปะรดปลาสลิดกรอบ
แกงเหลืองสับปะรดปลาสลิดกรอบ

ส่วนผสม แกงเหลืองสับปะรดปลาสลิดกรอบ
พริกขี้หนู 3 เม็ด
หอมแดง 2 หัว
กระเทียม 1 หัว
ขมิ้นผง 1 ช้อนชา
สับปะรด 1 ลูกเล็ก
ปลาสลิด ทอดกรอบ 1 ตัว
น้ำปลา ตามชอบ
น้ำตาล
มะขามเปียก
มะนาว

ขั้นตอนการทำ แกงเหลืองสับปะรดปลาสลิดกรอบ
1.ปอกสับปะรดและหั่นเป็นชิ้นบางๆ พอดีคำ
2.นำพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม ตำพอหยาบ ใส่ขมิ้นผงลงตำให้เข้ากัน (ถ้าใช้ขมิ้นสดจะหอมกว่า)
3.ตั้งน้ำประมาณ 1 ถ้วย ต้มให้เดือด ใส่พริกที่ตำลงในหม้อ
4.ใส่สับปะรดที่เตรียมไว้ ต้มให้เดือด ใส่น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขาม น้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ
5.ใส่ปลาสลิดทอดกรอบ เป็นอันเสร็จ

กะลอจี้

กะลอจี้
กะลอจี้

ส่วนผสม กะลอจี้
แป้งข้าวเหนียวกวน ที่เหลือจากการทำไดฟุกุ
งาดำคั่ว ตามชอบ
น้ำตาล 10 ช้อนชา
ถั่วลิสงบด (หยาบตามชอบ)
น้ำ 5 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว ตามชอบ
แป้งมัน 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับทอดแป้ง
สตรอว์เบอร์รี่ 24 ลูก

ขั้นตอนการทำ กะลอจี้
1.นำงาดำคั่ว ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ น้ำตาล คลุกผสมรวมกัน
2.นำแป้งข้าวเหนียวลงทอดในกระทะ จนเหลืองกรอบ
3.นำแป้งมัน มาคั่วให้สุก ไว้ทำแป้งนวล
4.นำแป้งที่ทอดได้ตามต้องการแล้ว มาตัดเป็นชิ้นๆ พอดีคำ คลุกกับส่วนผสมของน้ำตาล งาดำ ถั่วลิสงคั่วบด
5.นำแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล น้ำเปล่า ใส่กระทะเคลือบ คนส่วนผสมให้ละลาย เมื่อละลายแล้ว นำไปตั้งไปกวนจนแป้งสุก (วิธีสังเกตแป้งสุก แป้งจะไม่ติดกระทะ) แป้งนี้จะไม่มีรสหวานเท่าไหร่
6.นำแป้งที่กวนสุกแล้ว ใส่ถาด โรยแป้งนวล
7.นำถั่วแดงกวนมาห่อกับสตรอว์เบอร์รี่ ปั้นไว้เป็นลูกๆ จะได้สะดวก ตอนห่อแป้ง
8.นำแป้งมาแผ่ออก แล้วใส่ถั่วแดงกวนที่ปั้นไว้ ห่อ ให้เป็นลูกๆ

น้ำพริกโจร

น้ำพริกโจร
น้ำพริกโจร

ส่วนผสม น้ำพริกโจร
กุ้งทะเล 3-4 ขีด
หอมแดงซอย 6 หัว
พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย
กะปิอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ น้ำพริกโจร
1.แกะกุ้ง ดึงเส้นดำกลางหลังออก (เราใช้หัวกุ้งด้วยค่ะ ดีงถุงที่หัวออกก่อน) แล้วนำไปรวนกับน้ำเปล่า พอสุกทิ้งไว้ให้อุ่น
2.ซอยพริก กับหอมแดง ซอยบางๆ นะคะ
3.นำกุ้งที่อุ่นได้ที่มาหั่นเต๋า แล้วนำมาขยำกับกะปิ และ น้ำตาลปี๊บขยำให้เนื้อกะปิและน้ำตาลแตกตัว
4.ปรุงรสด้วยมะนาว เติม พริกซอย และหอมแดงซอย ลงไป
5.คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมให้ออกรสคล้ายน้ำพริกกะปิค่ะ
6.ทานกับผักสด ผักลวกได้ทุกชนิด

ยูฟ่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *