อาหารจีนระดับภัตตาคาร ที่สามารถทำได้เองที่บ้านแล้ววันนี้ พร้อมสูตรและวิธีทำ

อาหารจีนระดับภัตตาคาร ที่สามารถทำได้เองที่บ้านแล้ววันนี้ พร้อมสูตรและวิธีทำ

การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของจีน มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ พร้อมกับการใช้ยาเพื่อรักษาโรค จากนั้นได้พัฒนาขึ้นตามลำดับในสมัยราชวงศ์ชางและโจว จนเจริญรุ่งเรืองยิ่งในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งมีการรวบรวมตำรา ซึ่งเกี่ยวข้องตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว ฉิน ฮั่น และจิ้นไว้ ครั้นถึงสมัยซ่ง หยวน หมิง และชิง ก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีทฤษฎีว่าด้วยอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเป็นระบบ

ต่อมาสมัยสาธารณรัฐจีน อาหารเพื่อสุขภาพ ก็พัฒนาไปพร้อนกับการรักษาโรคแบบแพทย์จีนแผนโบราณ และยังมีตำราที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นจำนวนมาก เช่น เจียถิงฉืออู้เหลียวฝ่า(การใช้อาหารเพื่อบำบัดโรคในครอบครัว) จี๋ปิ้งหยิ่นจื่อหนาน(คู่มือการใช้อาหารเพื่อบำบัดโรค)โจงกว๋อฉือเหลียวต้าเฉวียน(ประมวลความรู้ว่าด้วยการใช้อาหารเพื่อบำบัดโรคของจีน

ในปัจจุบันมีอาหารเพื่อสุขภาพหลายชนิดวางจำหน่ายในท้องตลาด และมีภัตตาคารเป็นจำนวนมากที่ใช้อาหารเครื่องยาจีน
เป็นตัวโฆษณาเพื่อดึงดูดลูกค้าแสดงให้เห็นว่าอาหารบำรุงสุขภาพของจีนนั้นได้รับความนิยมจากผู้คนโดยทั่วไป

อาหารจีนจะประกอบด้วยเครื่องปรุงหลักที่เป็น อาหารหลายๆ ชนิดซึ่งสาเหตุคือชาวจีนชอบค้นหาของแปลกๆ เจ้าความคิด และใช้ทุกอย่างที่บริโภคได้ในการประกอบอาหารเพื่อการอยู่รอด อาหารของคนจีนส่วนใหญ่ จะประกอบขึ้นด้วยอาหารหลัก ที่แต่ละภาคจะสามารถปลูกหรือผลิตได้ เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว หมั่นโถว ซาลาเปา เป็นต้น

จะมีการใส่ผักและปรุงรสด้วยซอส การใส่เนื้อสัตว์ จะใส่เพียงเล็กน้อย โดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เท่านั้น ยกเว้นในโอกาสพิเศษจะเห็นได้ว่า มีเครื่องปรุงอาหารบางชนิดที่นึกไม่ถึง เช่น กระเพาะปลา หูฉลาม ชาวจีนก็นำมาใช้ประกอบอาหาร หรือแม้แต่อาหารที่หายากหรือวิธีการเตรียมที่ยาก ชาวจีนก็ยังนำมาประกอบอาหาร เช่น รังนก

รังนกเป็นอาหารที่หายาก ไม่ได้ทำจากกิ่งไม้เหมือนรังนกทั่วไป แต่ทำจากน้ำลายของนกนางแอ่น ที่พ่อและแม่นกจะช่วยกันสร้างรังเพื่อจะวางไข่ โดยจะช่วยกันสำรอกน้ำลาย ออกมาจากต่อมน้ำลาย ๒ ข้างที่อยู่ใต้ลิ้นให้ได้ปริมาณที่มากพอ เป็นเมือกเหนียวๆ ใสๆ เมื่อแห้งจะสานติดกันเป็นแผ่น สำหรับให้นกวางไข่และสามารถฝักไข่ได้ ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่า รังนกเป็นอาหารบำรุงกำลัง ดังนั้นซุปรังนกจึงใช้เป็นอาหารที่เสิร์ฟ ในงานเลี้ยงที่สำคัญ เพราะฉะนั้นงานเลี้ยงจะมีความสำคัญหรือยิ่งใหญ่เพียงใด จึงตัดสินได้ที่รายการอาหารซึ่งบ่งบอกถึงการให้เกียรติแขกมากน้อยเพียงใด

อาหารฮ่องกง (อาหารกวางตุ้ง)
อาหารฮ่องกง หรือ อาหารกวางตุ้ง เป็นอาหารจีนที่มีถิ่นกำเนิดในแถบมณฑลกวางตุ้ง กว่างสี และไหหลำ โดยเน้นการใช้วัตถุดิบ และเครื่องปรุงที่หลากหลายตามฤดูกาล จึงทำให้บางเมนูนั้นคล้ายกับอาหารจีนในประเทศไทย นอกจากนั้น จุดเด่นของอาหารกวางตุ้ง คือ การชูรสชาติเดิมของวัตถุดิบ โดยใช้เครื่องเทศ และการปรุงรสน้อย อีกทั้งยังปรุงให้รสชาติไม่ค่อยมีรสเผ็ดมากนัก โดยเมนูที่คนไทยน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้แก่ เมนูไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หมูแดงอบน้ำผึ้ง หมูกรอบฮ่องกง และหวั่นทัน หรือที่เรียกว่า บะหมี่เกี๊ยวน้ำ เป็นต้น

อาหารเสฉวน
อาหารเสฉวน มีถิ่นกำเนิดในแถบมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพริกหมาล่า โดยจุดเด่นของเมนูอาหาร คือ มีรสชาติเข้มข้นด้วยเครื่องปรุงรส ใส่น้ำมันปริมาณมาก และนิยมให้มีกลิ่นหอมของปลา โดยเน้นรสชาติเผ็ดร้อน เผ็ดชา และเปรี้ยว ไม่ว่าจะเป็นเมนูไก่ผัดเผ็ด หม้อไฟเสฉวน หรือเต้าหู้หมาโผ ที่ถือเป็นเหล่าเมนูอาหารจีนยอดฮิตที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่ไม่ว่าใครก็ต้องห้ามพลาด

อาหารแต้จิ๋ว
อาหารแต้จิ๋ว ในสายตาของชาวจีนส่วนใหญ่ คือ ส่วนหนึ่งของอาหารกวางตุ้ง เพราะเน้นไปที่การชูรสชาติเดิมของวัตถุดิบ ปรุงรสน้อย และรสชาติไม่เผ็ดจนเกินไป เช่นเดียวกับอาหารกวางตุ้ง แต่เมนูอาหารจีนแต้จิ๋วส่วนใหญ่จะมีวัตถุดิบอย่าง กุ้ง หอย ปู และปลา ที่เป็นอาหารทะเล อย่างเช่น ออส่วน ฮ่อยจ๊อ หรือกะหล่ำตุ๋นเห็ดหอม นอกจากนี้ อีกจุดเด่นของอาหารแต้จิ๋ว คือ มักทานคู่กับน้ำจิ้ม เช่น ฮ่อยจ๊อกับน้ำจิ้มบ๊วยเปรี้ยวหวาน หรือออส่วนกับซอสพริก เป็นต้น

อาหารไหหลำ
เมื่อพูดถึงอาหารไหหลำ หลาย ๆ คนต้องนึกถึงข้าวมันไก่ไหหลำอย่างแน่นอน เพราะอาหารไหหลำนั้นขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยของเนื้อไก่ และน้ำจิ้มเป็นอย่างมาก โดยเมนูอาหารไหหลำนั้นเลือกใช้วัตถุดิบ และเครื่องปรุงที่หลากหลายตามฤดูกาลคล้ายกับอาหารกวางตุ้ง ซึ่งจะเน้นไปที่รูป รส กลิ่น และสี เช่นกัน แต่นอกจากความอร่อยของเนื้อไก่แล้ว อาหารไหหลำยังมีเมนูอาหารทะเล และเต้าหู้ฉงซานที่มีรสชาติถูกปากคนไทยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ กันเลยทีเดียว

ปลาเก๋าทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน

ปลาเก๋าทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน
ปลาเก๋าทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน

ส่วนผสม ปลาเก๋าทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน
ปลาหมึกกล้วยลอกหนัง 350 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
หน่อไม้ลวก 1 ถ้วย
แครอต 1/4 หัว
ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ ปลาเก๋าทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน
ผ่าปลาหมึกครึ่งตัวตามยาว บั้งให้เป็นตารางแล้วหั่นเป็นชิ้น ซับน้ำให้แห้ง
หั่นหน่อไม้และแครอตบางตามยาวแล้วหั่นท่อนยาว 2 นิ้ว
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอจนร้อนจัดจึงนำปลาหมึกลงทอดพอให้สะดุ้งไฟแล้วรีบตักขึ้น พักไว้
เทน้ำมันทอดออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนชาแล้วตั้งไฟต่อ ใส่กระเทียมลงผัดจนหอมและเหลือง ใส่หน่อไม้และแครอตลงผัดพอสุก
ปรุงรสด้วยเหล้าจีน เกลือ และน้ำตาล ใส่ปลาหมึก ผัดให้ทั่ว ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดให้สุกข้น ใส่ต้นหอม ปิดไฟ ตักขึ้น เสิร์ฟทันที

ตับหมูผัดขิง

ตับหมูผัดขิง
ตับหมูผัดขิง

ส่วนผสม ตับหมูผัดขิง
ตับหมูหั่นชิ้นบาง 300 กรัม
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
ขิงแก่ซอย 1/2 ถ้วย
ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ ตับหมูผัดขิง
หมักตับหมูกับเหล้าจีนประมาณ 5 นาที
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมให้หอม ใส่ตับหมูและขิงครึ่งหนึ่ง ผัดพอสุก ใส่ต้นหอมและพริกชี้ฟ้า เร่งไฟแรง ผัดพอทั่ว
ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดพอทั่ว ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดจนเดือดและแป้งสุกข้น ใส่ขิงที่เหลือ ผัดพอทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน เสิร์ฟทันที
Tip : การหมักตับหมูกับเหล้าจีนจะช่วยลดกลิ่นคาวของตับหมูได้

ufabet login

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *